วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

AMD

AMD ปรับแผน Fusion; ขายแผนก Mobile GPU ให้ Qualcomm


ข่าวแรกมาเงียบๆ คือในงาน CES 2009 ทาง AMD ได้ประกาศข่าว (ที่แทบไม่มีใครรู้) ว่าบริษัทจะปรับแผนการของ Fusion จากเดิมที่เป็น CPU + GPU ตรงๆ กลายมาเป็นหน่วยประมวลผลแบบมัลติคอร์ ที่เกิดขึ้นจากคอร์สำหรับงานทั่วไป (CPU) จำนวนหนึ่ง มาผสมกับคอร์สำหรับงานเฉพาะทาง (ไม่จำเป็นต้องเป็น GPU) อีกจำนวนหนึ่งแทน

การปรับแผนครั้งนี้สอดคล้องกับข่าวก่อนหน้านี้คือ ผลวิจัยพบว่าซีพียูมากกว่า 16 คอร์กลับทำให้ระบบช้าลง! โดยซีพียูในที่นี้หมายถึงหน่วยประมวลผลสำหรับงานทั่วไป (general-purpose) รายละเอียดอ่านได้จาก whitepaper บนเว็บไซต์ของ Fusion (ถ้าขี้เกียจอ่าน ในเว็บนี้ยังมี screensaver/wallpaper ของ Fusion ให้โหลดไปเล่นเท่ๆ ด้วยครับ)

เว็บไซต์ Ars Technica ยังมีการย้อนประวัติของ Fusion ตั้งแต่ AMD ซื้อ ATI ในปี 2006 และชี้ว่าปัญหาของแนวทางใหม่นี้ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แต่เป็นซอฟต์แวร์ต้องมาปรับโค้ดให้เข้ากับหน่วยประมวลผลเฉพาะทางแต่ละชนิด ซึ่งคู่แข่งอย่าง NVIDIA ได้นำหน้าในตลาดนี้ด้วย OpenCL อยู่แล้ว

ที่มา - Ars Technica

อีกข่าวเกี่ยวกับ AMD เหมือนกันคือบริษัทได้ขายกิจการ GPU สำหรับโทรศัพท์มือถือ (ชิปตระกูล Imageon) ซึ่งเป็นกิจการที่ไม่ทำกำไรให้กับ Qualcomm แล้ว โดย AMD ให้เหตุผลว่าเพื่อให้บริษัทจะมุ่งเน้นไปยังกิจการที่ตัวเองถนัดต่อไป การซื้อขายครั้งนี้มีมูลค่า 65 ล้านดอลลาร์

ที่มา - AMD PressArs Technica

AMD ไตรมาส 4 ขาดทุนยับ 1.4 พันล้าน


ผลประกอบการไตรมาสที่สี่ของปี 2008 จาก AMD ขาดทุนรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งแย่กว่าที่นักวิเคราะห์ทางการเงินของวอลล์สตรีทคาดเอาไว้

AMD ขาดทุนติดต่อกันมา 9 ไตรมาสแล้ว โดยยอดขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ 1.77 พันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว (Q4 2007) สำหรับไตรมาส Q4 2008 รายรับลด 35% เทียบกับ Q3 2008

ถ้ารวมทั้งปีงบประมาณ AMD มีรายรับทั้งสิ้น 5.8 พันล้านดอลลาร์ ขาดทุนรวม 3 พันล้านดอลลาร์

สถานการณ์ด้านธุรกิจของบริษัทฮาร์ดแวร์ดูจะแย่กว่าซอฟต์แวร์มาก ก่อนหน้านี้อินเทลได้ประกาศผลประกอบการที่ย่ำแย่เช่นกัน (ข่าวเก่า) เพียงแต่อินเทลพื้นฐานเดิมดีอยู่เลยยังไม่ถึงกับขาดทุนเท่านั้น

ที่มา - CNET

iWork '09

สวนกระแส DRM ชุดโปรแกรม iWork '09 ไม่ต้องใส่ซีเรียลนัมเบอร์


จากเอกสารสนับสนุนการใช้งานจากแอปเปิล ผู้ที่ซื้อชุดโปรแกรม iWork '09 จากกล่องที่วางขายตามร้านไม่จำเป็นที่จะต้องป้อนเลขซีเรียลนัมเบอร์หลังจากติดตั้งโปรแกรมเสร็จแล้ว ซึ่งจะแตกต่างจากเมื่อก่อนที่ผู้ใช้งานจำเป็นที่จะต้องใส่หมายเลขซีเรียลนัมเบอร์เมื่อเริ่มใช้งานครั้งแรก

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของแอปเปิล เพราะชุดโปรแกรม iLife และ Mac OS X เองก็ไม่ได้ต้องการให้ผู้ใช้ใส่ซีเรียลนัมเบอร์มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะซอฟต์แวร์ทั้งสองนี้มักจะมาพร้อมกับเครื่องแมคที่ขายช่วงเวลาเดียวกับรุ่นซอฟต์แวร์นั้น ๆ อยู่แล้ว

แต่สำหรับ iWork นั้น เป็นชุดโปรแกรมที่ต้องซื้อแยกต่างหาก ความไม่จำเป็นที่จะต้องป้อนซีเรียลนัมเบอร์อาจจะเป็นการเพิ่มหรือส่งเสริมให้คนไม่ซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิจากแอปเปิลก็เป็นได้ แต่อีกมุมมองหนึ่งก็คือเป็นการเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อของแท้

ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ คนที่ดาวน์โหลด iWork '09 เวอร์ชั่น Trial มาแล้วต้องการอัพเกรดเป็นตัวเต็ม ยังจำเป็นที่จะต้องป้อนซีเรียลนัมเบอร์อยู่ หลังจากที่ได้จ่ายเงินออนไลน์แล้ว

นี่ถือว่าเป็นการสวนกระแสความต้องการของผู้ผลิตซอฟต์แวร์บางราย ที่เพิ่มมาตราการการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิของลูกค้าโดยการยัดเยียด DRM เข้าไปในซอฟต์แวร์ของตัวเอง

คุณล่ะครับ คิดว่าวิธีนี้มันดีหรือเปล่า?

ที่มา - MacRumors

เตือนโทรจันแฝงใน torrent ของ iWork '09

มีรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยจากบริษัท Intego เกี่ยวกับโทรจันที่ถูกพบแฝงตัวมากับไฟล์ torrent ของ iWork '09 โดยโทรจันตัวดังกล่าวมีชื่อว่า OSX.Trojan.iServices.A ซึ่งเมื่อติดเข้าไปแล้วโทรจันตัวดังกล่าวจะพยายามติดต่อกับอินเทอร์เน็ตเองและมีอำนาจในการอ่าน, เขียน, รันโปรแกรมเทียบเท่ากับ root และนอกจากนี้โทรจันดังกล่าวยังพยายามดาวน์โหลดไฟล์บางไฟล์มาเพิ่มเติมอีกด้วย

โทรจันดังกล่าวจะอยู่ในแพคเกจที่ชื่อว่า iWorkServices.pkg เบื้องต้นพบว่ามีผู้ดาวน์โหลดไฟล์ torrent ที่มีโทรจันนี้ไปแล้วถึงกว่า 20,000 ราย สำหรับวิธีตรวจสอบเบื้องต้นทำได้จากการดูว่ามีรายการที่ชื่อ iWorkServices ใน /System/Library/StartupItems หรือไม่ และวิธีการแก้ไขเบื้องต้นสามารถดูได้จากที่ MacRumors

ใครใช้แมคแต่ยังใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนก็ระวังกันหน่อยนะครับ

ที่มา: MacRumorsIntegoMacWorld

Windows

ไมโครซอฟท์เลิกจ้างพนักงาน 5,000 คน

แล้ววิกฤติเศรษฐกิจก็ลุกลามไปถึงยักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ เมื่อบริษัทประกาศวันนี้ว่ามีแผนปรับลดพนักงานลง 5,000 คนภายในเวลา 18 เดือนนับจากนี้ โดยพนักงาน 1,400 คนจะถูกเลิกจ้างทันที และค่อยๆทยอยเลิกจ้างไปเรื่อยๆจนครบ 5,000 คนภายในเดือนมิถุนายนปีหน้า

โดยนาย Chris Liddell ซึ่งเป็น CFO ของไมโครซอฟท์ออกมายอมรับว่าเศรษฐกิจในไตรมาสที่ผ่านมาได้ชะลอตัวลงมากกว่าที่ไมโครซอฟท์คาดการณ์เอาไว้มาก และทางบริษัทจำเป็นต้องรีบปรับลดโครงสร้างค่าใช้จ่ายต่างของบริษัททันที่เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด

การปรับลดพนักงานของไมโครซอฟท์ครั้งนี้ทางบริษัทคาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการได้ราวๆ 1.5 พันล้านดอลลาร์

ที่มา: CNN

Windows Mobile 6.5 "น่าจะ" ออกกลางปี 2009 นี้


DigiTimes ซึ่งเป็นสื่อในวงการอิเล็กทรอนิกส์ของไต้หวัน รายงานข่าวจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า ไมโครซอฟท์จะเปิดตัว Windows Mobile 6.5 ในงาน Mobile World Congress ที่เมืองบาร์เซโลนา ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และส่งมอบรุ่นจริงให้กับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ได้ในช่วงกลางปีนี้

ส่วนตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ใช้ Windows Mobile 6.5 จะเริ่มออกขายในไตรมาสที่สาม แต่ผู้ผลิตส่วนใหญ่น่าจะวางขายในไตรมาสที่รับคริสต์มาสมากกว่า

ถ้าย้อนดูประวัติการออก Windows Mobile ก็จะคล้ายกับรุ่นก่อนๆ คือประกาศต้นปีและขายกลางๆ ปี ไมโครซอฟท์ออก Windows Mobile 6.0 ในปี 2007 ตามมาด้วย 6.1 ในปี 2008 ส่วน Windows Mobile 7.0 ซึ่งว่ากันว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่เพื่อมาต่อกรกับสมาร์ทโฟนคู่แข่งในตลาด ก็คงต้องเป็นปี 2010 เลยทีเดียว

เว็บไซต์ wmpoweruser มีภาพหน้าจอของ Windows Mobile 6.5 ที่หลุดออกมาจากทางไต้หวันให้ดูกันครับ

ที่มา - DigiTimesElectronista

ไมโครซอฟท์ออก MED-V รุ่นเบต้าให้ดาวน์โหลดกันแล้ว


ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวิสต้าหลายท่านคงเคยประสบกับปัญหาที่ว่า ไม่สามารถติดตั้งหรือรันโปรแกรมบางตัวได้บนวิสต้า แต่โปรแกรมเหล่านั้นกลับทำงานได้บนวินโดว์รุ่นเก่าๆ ซึ่งปัญหานี้อาจเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่ทำให้ผู้ใช้กลุ่มหนึ่งถอดใจจากวิสต้าแล้วกลับไปใช้ Windows XP

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ไมโครซอฟท์ได้ส่ง Microsoft Enterprise Desktop Virtualization (หรือ MED-V) เวอร์ชัน 1 รุ่นเบต้าให้ดาวน์โหลดกันแล้ว โดย MED-V ใช้ความสามารถของ Microsoft Virtual PC ในการสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน และผู้ใช้สามารถเลือกระบบปฏิบัติการวินโดว์เวอร์ชันเก่าสำหรับการทำงานของคอมพิวเตอร์เสมือนนี้ได้ (เช่น Windows XP หรือ Windows 2000) ทำให้คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้สามารถรันวิสต้าและวินโดว์เวอร์ชันเก่าได้พร้อมๆกัน

คาดว่า MED-V รุ่นรีลีสจะออกภายในไตรมาสที่สองของปีนี้ ส่วนรายละเอียดของรุ่นเบต้าสามารถดูได้ที่เว็บของไมโครซอฟท์ (ต้องใช้ Live ID ถึงเข้าเว็บได้) ทั้งนี้ ท่านต้องกรอกแบบสอบถามก่อน ถึงจะดาวน์โหลด MED-V ได้

ที่มา - The Register และ Microsoft

[ข่าวลือ] ทีมพัฒนา Microsoft Flight Simulator โดนยุบ


หลังจากที่ไมโครซอฟท์เผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจจนทำให้ต้องปลดพนักงานพันกว่าคนในทันที (ข่าวเก่าโดยคุณ lawender: ไมโครซอฟท์เลิกจ้างพนักงาน 5,000 คน) แผนกที่โดนจับตามองว่าจะโดนปลดก่อนคือแผนกเกี่ยวกับเกมและเพลงที่ไปได้ไม่ค่อยดีนัก และแล้วเว็บไซต์ Gamasutra ก็เปิดเผยว่าทีมผลิตเกม ACES Studio นั้นต้องออกไปตามนโยบายครับ

ทีมดังกล่าวเป็นทีมที่พัฒนา Flight Simulator ซึ่งเป็นเกมจำลองการขับเครื่องบินที่ได้รับความนิยมมากจนได้รับการผลิตออกมาหลายรุ่น และมีประวัติย้อนหลังไปกว่ายี่สิบปี (รวมถึงเป็นที่โจษจันว่าเป็นเกมที่ผู้ก่อการร้ายใช้เพื่อฝึกการขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์เมื่อหลายปีก่อน) และทีมเดียวกันนี้เองที่เป็นผู้ผลิตเกมขับรถไฟ Train Simulator ที่ตั้งใจว่าจะออกภาคสองในปีนี้ด้วย

ยังไม่มีข่าวใดๆ จากไมโครซอฟท์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวและอนาคตของเกมทั้งสอง

ที่มา: Gamasutra viGizmodo

ไมโครซอฟท์ขยายเวลาดาวน์โหลด Windows 7


จากประกาศเดิมที่ทางไมโครซอฟท์จะยุติการให้ดาวน์โหลด Windows 7 ในวันนี้ ล่าสุดได้มีการประกาศขยายเวลาให้ดาวน์โหลดออกไปอีกจนถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยผู้ที่เริ่มดาวน์โหลดในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ จะมีสิทธิ์ดาวน์โหลดต่อจนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์

ส่วน Product keys นั้นสามารถขอและนำไปใช้ได้ตลอดจนจบช่วงทดสอบ ในขณะที่สมาชิกของ MSDN และ TechNet ยังสามารถดาวน์โหลด Windows 7 ได้จนจบช่วงทดสอบตามเดิม

ที่มา - Windows 7 Team blog via OSnews

OBAMA

รวมสถิติออนไลน์สำหรับพิธีสาบานตนของโอบามา

ถือเป็นงานใหญ่ของชาวอเมริกันในยุคอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูนะครับAkamai เจ้าพ่อด้าน CDN เปิดเผยข้อมูลว่าพิธีสาบานตนของบารัค โอบามา ทำสถิติมีคนใช้อินเทอร์เน็ตสูงที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับที่ 5 โดยมีคนเข้าชม 5,401.250 คนต่อนาที (อันดับหนึ่งก็ไม่ใช่อื่นไกล เป็นคำประกาศชัยชนะของโอบามานั่นเอง) - Silicon Alley Insiderตัวเลขอีกตัวจาก Akamai บอกว่าปริมาณผู้ใช้อินเทอร์เน็ตตัวโลกพุ่งสูงขึ้น 54% ในช่วงเวลานั้น ส่วนในสหรัฐอย่างเดียวเพิ่ม 60% ถ้านับเป็นจำนวนสตรีมของวิดีโอที่ส่งผ่าน Akamai ส่งออกไป 7 ล้านสตรีมพร้อมกัน ถือเป็นสถิติสูงสุดของบริษัทFacebook จับมือกับ CNN โดยสร้างโปรแกรมพิเศษส่ง newsfeed ของ Facebook ผ่านทาง CNN ตัวเลขของ newsfeed ของโปรแกรมนี้เพิ่มจาก 200,000 ข้อความต่อชั่วโมงก่อนที่โอบามาจะทำพิธี มาเป็น 600,000 ข้อความ - New York Timesอัตราการ Twitter ต่อวินาทีเพิ่ม 5 เท่า ส่วนอัตรา Twitter ต่อนาทีเพิ่ม 4 เท่า กราฟมีให้ดูในเว็บบล็อกของ TwitterCNN บอกว่าส่งวิดีโอสตรีมไปทั้งหมด 18.8 สตรีม และช่วงที่โอบามาสาบานนั้นดูพร้อมกัน 1.3 ล้านสตรีม CNN ถึงกับต้องทำหน้าพิเศษเพื่อแสดงความยินดีให้กับคนที่จองที่ในสล็อตวิดีโอของ CNN ได้แน่นอนว่าเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ดังๆ ล่มกันถ้วนหน้า มีคนเก็บสถิติและพบว่าของสถานี CBS นั้นให้คุณภาพเยี่ยมที่สุดแถมเป็น HD ด้วย -BusinessofVideoปิดท้ายด้วยภาพถ่ายจากดาวเทียม GeoEye ขณะที่โอบามากำลังสาบานตน เห็นฝูงชนชัดเจน - VentureBeatที่มา - CNET

โอบามาได้รับอนุญาตให้ใช้ BlackBerry 

เป็นที่รู้กันในหมู่ผู้สนใจ gadget โดยเฉพาะจากฝั่งสหรัฐว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา นั้นเป็นแฟนประจำของ BlackBerry (ผมหาไม่เจอว่าใช้รุ่นไหนนะครับ) แต่สิ่งที่สำนักข่าวจำนวนมากตั้งคำถามมาโดยตลอดก็คือ โอบามาจะยังได้รับอนุญาตจากฝ่ายสืบราชการลับให้ใช้ BlackBerry ต่อไปหรือไม่เหตุผลสำคัญอันหนึ่งในเรื่องนี้ นอกจากเรื่องความลับทางราชการตามปกติแล้ว คือ BlackBerry ผลิตโดยบริษัท RIM ซึ่งอยู่นอกสหรัฐอเมริกา และข้อความที่ส่งผ่าน BlackBerry จะต้องวิ่งไปเข้าเซิร์ฟเวอร์เฉพาะของ RIM (ไม่มีข้อมูลว่า BlackBerry ของโอบามาส่งข้อมูลเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ไหน)ในวันสาบานตนรับตำแหน่ง โอบามายอมทำตามฝ่ายสืบราชการลับบอก คือให้เก็บ BlackBerry เอาไว้ที่บ้าน แต่วันถัดมาเขาตัดสินใจต่อสู้เพื่อใช้ BlackBerry ต่อไป และก็สำเร็จ โดยโฆษกของทำเนียบขาวบอกว่าโอบามาได้รับอนุญาตให้ใช้ BlackBerry ติดต่อกับคนสนิทได้จำนวนหนึ่ง และมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมได้ถูกใส่เพิ่มเข้ามาให้สำหรับงานลักษณะเดียวกันนี้ ทางการของสหรัฐมีเครื่อง PDA/Smartphone เฉพาะกิจซึ่งรับรองโดย National Security Agency อยู่จำนวนหนึ่ง เครื่องบางรุ่นที่ใช้กันเยอะหน่อยอย่างเช่น Sectéra Edge ของบริษัท General Dynamics ผู้ผลิตอาวุธและอุปกรณ์สำหรับภาครัฐ (ใช้ Windows CE และเข้ารหัสเสียงพูด) ถึงกับดังระเบิดในชั่วข้ามคืน เพราะมีข่าวเก็งกันว่าโอบามาอาจจะต้องใช้มือถือรุ่นนี้ที่มา - WSJ

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552

ย้อนอดีต 50

25 ผู้ทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจ ปี2550


สตีฟ จ็อปส์ แห่งแอปเปิ้ล

  

บิลเกตส์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์

 ผู้บริหารกูเกิล ที่รั้งทำเนียบ ผู้ทรงอิทธิพลอันดับที่ 4

             ประกาศกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับ 25 ผู้ทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจ ของปี2550 (25 most powerful people in business) ที่ประกาศโดยนิตยสารขาประจำ  "ฟอร์จูน"  นั่นเอง
             สำหรับในปีนี้ถ้าเราลองมองดูคร่าวๆจะเห็นว่า 25 คนที่ติดอันดับ ส่วนใหญ่จะเป็นคนเดิมๆที่เคยติดอันดับในครั้งที่แล้ว แต่ในครั้งนี้ลำดับก็อาจสลับสับเปลี่ยนกันไปตามบทบาทที่แสดงออกในปีนี้
           และถ้าเราลองสังเกตดีๆก็จะพบว่าบุคคลเหล่านั้นก็หนีไม่พ้นที่จะมาจากด้านไอ ที ซึ่งยิ่งเป็นการตอกย้ำความสำคัญของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน
            ผลจากการตัดสินท่านผู้ชมลองทายสิครับว่า เป็นใคร ????  ถ้ายังไม่ทราบผมใบ้ให้นิดนึงครับว่า เขามาจากบริษัทที่มีสัญลักษณ์เป็นผลไม้ 
 แน่นอนที่สุดครับ เขาคนนั้น คื อสตีฟ จ็อบส์ นั่นเอง  น่าทึ่งทีเดียวครับสำหรับสตีฟที่ทำให้คนสามารถจดจำเขาได้โดยผ่านโลโก้ แอปเปิล  สตีฟเป็นคนก่อตั้งและเป็นซีอีโอ ของแอปเปิล 

           ในชีวิตของสตีฟเขาได้เปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆให้กับอุตสาหกรรม ด้านคอมพิวเตอร์ รวมถึงเข้าไปพัฒนาธุรกิจแอนิแมชั่นใน พิกซาร์ ให้กลับมายิ่งใหญ่ 
          และสิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับธุรกิจเพลงอย่างมาก นั่นก็คือ ไอพอด รวมถึงการสร้างร้านเพลงออนไลน์ อย่าง ไอจูนส์  และล่าสุดได้ส่ง ไอโฟน เข้ามาแข่งขันในตลาดมือถือได้อย่างเต็มภาคภูมิ
          และทั้งหมดคงจะเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่งที่ยกให้เขาเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของปีนี้

           ในส่วนของอันดับสอง คือ เจ้าของนิวส์ คอร์ป  "รูเพิร์ต เมอร์ด็อก" ที่ทำธุรกิจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทีวี หนังสือพิมพ์ ภาพยนตร์  และเว็บไซต์ยอดนิยมอย่าง "มายสเปซ"
           และที่ดูโดดเด่นที่สุด คือการซื้อหุ้นในสื่อยักษ์ใหญ่อย่างดาวน์โจนส์นั่นเอง รวมถึงซื้อธุรกิจสื่จากทั่วโลกทั้งอังกฤษ สหรัฐ และแถบเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น เดอะซัน นิวยอร์กโพสต์  ฟอกซ์ นิวส์ วอลสตรีต เจอร์นัล  นั่นจึงไม่น่าแปลกใจที่เเสือเฒ่าวัย 76 ปี คนนี้ติดอันดับผู้ทรงอิทธิพลในอันดับที่สอง

          สำหรับในส่วนของ Search engine ระดับโลก อย่าง google ซึ่งประกอบไปด้วย  "อีริก ชมิดท์" "ลาร์รี เพจ" และ "เซอร์กี้ บริน" ที่รั้งตำแหน่งซีอีโอ ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ และประธานฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัท คว้าอันดับ สี่ ไปครอง  โดยถ้าพูดถึงผู้ก่อตั้ง เราก็จะมักจะนึกถึงแค่ บริน กับ เพจ แต่ถ้าพูดถึงคนที่มาเติมเต็มให้ google สมบูรณ์มากขึ้น นั่นก็คือ ชมิดท์ นั่นเอง ที่โชว์ผลงานในการสร้าง Adwords และการซื้อกิจการ เว็บยูทูบที่เป็นที่ฮือฮา

          แต่ที่น่าสงสัยอย่างหนึ่ง คือ เมื่อลองไล่รายชื่อ 1 ใน 5 ลำดับแรก กลับมองไม่เห็นเจ้าพ่อไมโครซอฟท์ อย่าง บิลเกตส์  อยู่ในชาร์ต แต่ก็ต้องร้องอ๋อเมื่อมาเห็นอยู่ในลำดับที่ 7  สำหรับส่วนหนึ่งที่ เกตส์ ตกลงมาอยู่ที่อันดับ 7 น่าจะมาจากการที่ เขาลดบทบาทตัวเองลง เพื่อทุ่มเทอย่างเต็มที่กับ มูลนิธิบิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ฟาวน์เดชั่น  แต่ถึงอย่างไรแล้ว ก็ต้องยกให้เกตส์ เป็นผู้ทรงอิทธิพลและเป็นผู้นำทางด้านไอที

          ในส่วนของคนอื่นๆที่มาจากธุรกิจไอที เช่น จอห์น แซมเบอร์ส ประธานและซอีโอซิสโก้ ซิสเต็มส์ ก็ถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 11 รวมถึง มาร์ก เฮิร์ด ประธานและซีอีโอ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด ทำผลงานโดดเด่น จึงได้รับการคัดเลือกให้อยู่ลำดับที่ 16  หลังจากทำผลงานแซงหน้า เดลล์ ได้เป็นผลสำเร็จ 
 
           ส่วนผู้ทรงอิทธิพลที่มาจากธุรกิจสื่อสารซึ่งเป็นชาวเอเชีย ได้แก่ "ลี กา-ชิง" ประธานบริษัทเฉิง คง โฮลดิ้งส์ และฮัทชิสัน วัมเปา มหาเศรษฐีจากฮ่องกงก็ติดอันดับ 12 ของทำเนียบปีนี้ด้วย

          สำหรับบุคคลที่ทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจรายอื่นๆ ที่ติดโผปีนี้ ได้แก่ "ลอยด์ แบลงก์ไฟน์" ซีอีโอของวาณิชธนกิจ "โกลด์แมน แซกส์" (อันดับ 3) "วอร์เรน บัฟเฟตต์" ซีอีโอบริษัท เบิร์กเชียร์ แฮตอะเวย์ (5) "เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน" ซีอีโอเอ็กซ์ซอน โมบิล (6) "เจฟฟ์ อิมเมลต์" ซีอีโอจีอี (8). "คัตสุอากิ วาตานาเบะ" ประธาน โตโยต้า (9) "เอ.จี. ลาฟลีย์" ประธานและซีอีโอพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (10) "ลี สกอตต์" ซีอีโอวอล-มาร์ต (13) "ลักษมี มิตตัล" เจ้าของธุรกิจเหล็กรายใหญ่ "มิตตัล สตีล" (14) "เจมี ดิมอน" ประธานและซีอีโอ เจ.พี. มอร์แกนเชส (15) "เจมส์ แมคเนอร์นีย์" ประธานและซีอีโอโบอิ้ง (17) "มาเรียส คลอปเปอร์ส" ซีอีโอของบีเอชพี บิลลิตัน (18) "สตีฟ ชวาร์ซแมน" ซีอีโอไพรเวต อิควิตี้ "แบล็กสโตน" (19) "สตีฟ ไฟน์เบิร์ก" ซีอีโอบริษัทเซอร์เบรัส (21) "อินทรา นูยี" ประธานและซีอีโอเป๊ปซี่โค (22) "ราทาน ทาทา" ประธานทาทา กรุ๊ป (23) "บ็อบ ไอเกอร์" ซีอีโอวอลต์ ดิสนีย์ (24) "เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์" ประธานและซีอีโอบริษัทแอลวีเอ็มเอช (25)..

โอบามา

ทีมงานของโอบามาขอให้ชะลอการเปลี่ยนระบบโทรทัศน์เป็นดิจิทัล

ว่าที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา (Barack Obama) ของสหรัฐอเมริกา ขอให้สภาคองเกรสเลื่อนแผนเปลี่ยนระบบโทรทัศน์ของประเทศจากระบบเดิมที่เป็นแอนะล็อก (Analog) ไปเป็นดิจิทัล (digital)ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 ออกไปก่อน ด้วยเหตุผลว่า ยังมีชาวอเมริกันเป็นจำนวนมากที่เป็นเจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์รับชมรายการในระบบเก่ายังไม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ทีมงานของโอบามาที่ดูแลการเปลี่ยนระบบโทรทัศน์ เปิดเผยว่า เหตุผลสำคัญที่ต้องร้องขอให้ชะลอการเปลี่ยนแปลงนี้ออกไประยะหนึ่งก่อน คือ กระทรวงพาณิชย์ขาดเงินงบประมาณที่จะออกคูปองเพื่ออุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์แปลงสัญญาณเป็นดิจิทัล (digital converter box) ให้แก่เจ้าของเครื่องรับโทรทัศน์ ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับชาวอเมริกันที่ไม่ได้รับชมรายการโทรทัศน์ผ่านทางเคเบิลหรือดาวเทียม หรือไม่มีเครื่องรับที่มีจูนเนอร์ระบบดิจิทัลประกอบอยู่ มิฉะนั้นจะไม่สามารถรับฟรีทีวีตามปกติได้

นอกจากนั้นยังติติงว่า รัฐบาลที่ผ่านมามิได้ช่วยเหลือชาวอเมริกันเท่าที่ควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้คนที่อยู่ในชนบท ครอบครัวยากจน หรือชนกลุ่มน้อย ที่ยังมิได้รับทราบหรือได้รับการช่วยเหลือสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

ที่มา - Cellular-news

กำเนิดเด็กที่ปลอดยีนมะเร็ง

อังกฤษได้ให้กำเนิดเด็กที่ปลอดยีนมะเร็งเป็นคนแรกในประเทศ

มารดาที่เป็นผู้หญิงคนแรกในอังกฤษได้ให้กำเนิดบุตรที่เกิดจากการคัดเลือกให้ปลอดจากยีนที่ซึ่งจะทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้สำเร็จ นักวิจัยมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนได้ทำการคลอดทารกที่โตจากตัวอ่อนที่ถูกคัดเลือกว่าไม่มียีน BRCA1 ที่ผิดพลาดอยู่ในตัวอ่อน

มารดาวัย 27 ปีที่ต้องการปกปิดชื่อได้ตัดสินใจที่จะใช้ขั้นตอนดังกล่าวเนื่องจากญาติฝ่ายหญิงของสามีเธอประสบปัญหาการเป็นมะเร็งเต้านมหลายคน

เด็กผู้หญิงที่เกิดมาโดยมียีน BRCA1 นั้นจะมีโอกาสเสี่ยงถึง 80% ที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งเต้านมและมีโอกาสเสี่ยง 60% ที่จะเป็นมะเร็งรังไข่ เท่า ๆ กับมีความเสี่ยง 50% ที่จะส่งต่อความผิดปกตินี้ไปยังบุตรหลาน แพทย์ระบุว่าผู้ปกครองต้องการที่จะปลดเปลื้องเพื่อยืนยันว่ายีนที่ผิดปกติดังกล่าวจะไม่ส่งต่อไปยังลูกสาว ซึ่งทำให้เด็กจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับการพัฒนาของยีนดังกล่าวไปเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่เมื่อดตขึ้น

ผู้ปกครองจะสามารถไม่ส่งต่อความเสี่ยงของโรคร้ายไปยังบุตรสาวได้ ซึ่งการแพร่กระจายของการส่งต่อมะเร็งดังกล่าวจากรุ่นสู่รุ่นต้องหยุดลงในช่วงยุคหนึ่งไป ทางมารดาของเด็กได้ระบุว่า พวกเขาเชื่อว่ามันมีความเป้นไปได้ที่จะกำจัดยีนดังกล่าวในลูกหลานเค้า ซึ่งเป็นหนทางที่ผู้ปกครองจะต้องเลือกเดิน

เทคนิคที่ใช้ในกระบวนการคัดเลือกนี้รู้จักกันในชื่อ pre-implantation genetic diagnosis ซึ่งใช้ในการคัดเลือกตัวอ่อนที่ถูกผสมเทียมจากโรคทางพันธุกรรมอย่าง cystic fibrosis ซึ่งทางอังกฤษได้อนุญาติให้ใช้วิธีนี้ในปี 2006 วิธีการคัดเลือกดังกล่าวนั้นค่อนข้างหายากแต่ยังถูกใช้เพื่อในการคัดเลือกตัวอ่อนเพื่อมะเร็งเต้านมในสหรัฐอเมริกาและเบลเยี่ยมไปแล้ว

การปรึกษาทางโทรศัพท์สามารถช่วยลดน้ำหนักได้

การปรึกษาทางโทรศัพท์สามารถช่วยลดน้ำหนักได้

การให้คำปรึกษาโทรศัพท์และอีเมล์สามารถช่วยปรับปรุงคนให้สามารถลดความอ้วนและลดน้ำหนักได้ จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย VU ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งชี้วิธีการง่าย ๆ ที่มีศักยภาพแต่มีผลในการต่อต้านความอ้วนอย่างยิ่ง

จากการศึกษาคนเนเธอร์แลนด์ที่มีน้ำหนักเกินกว่า 1,400 คนระบุว่าการให้คำแนะนำในรูปแบบดังกล่าวนั้นดีสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปพบคนให้คำปรึกษาเพื่อแก้ปัญหาน้ำหนักร่างกาย

นักวิจัยพบนัยยะสำคัญของน้ำหนักที่ลดกับการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ที่ไม่พบในงานวิจัยอื่น ซึ่งถ้าสามารถทำให้คนบางคนสามารถลดน้ำหนักได้เล็กน้อย ก็สามารถมีผลกระทบที่ใหญ่ต่อสาธารณสุขได้ ความอ้วน ซึ่งทำให้ความเสี่ยงเบาหวานแบบ 2 และปัญหาหัวใจเพิ่มขึ้น กำลังเป็นปัญหาที่เพิ่มขึ้นเท่า ๆ กับคนที่มีรูปแบบชีวิตที่อยู่เฉย ๆ องค์การอนามัยโลกได้จำแนกว่ามีคนมากกว่า 400 ล้านคนรอบโลกมีปัญหาความอ้วน

นักวิจัยได้ทำการสุ่มให้คำปรึกษาอาสาสมัคร ซึ่งทั้งหมดได้รับคำปรึกษาด้านความอ้วน โดยกลุ่มควบคุมจะไม่ได้รับคำแนะนำ อีกกลุ่มจะได้รับตำแนะนำทางโทรศัพท์และกลุ่มสุดท้ายได้รับคำแนะนำทางอีเมลล์ คำแนะนำได้รวมถึงการให้กำลังใจเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์ อย่างเช่น การแนะนำให้เดินไปทานข่าว และควบคุมการรับประทานที่ทำให้สุขภาพดี ซึ่งไม่ได้ส่งผลต่อเป้าหมายการลดน้ำหนักอย่างไร

แต่หลังจาก 6 เดือนกลุ่มที่ได้รับคำปรึกษาทางโทรศัพท์มีน้ำหนักลด 1.5 กิโลกรัมมากกว่ากลุ่มที่ควบคุมในขณะที่กลุ่มที่ได้รับอีเมลล์นั้นลดไป 0.6 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม รายงานนี้ตีพิมพ์ลงวารสาร BioMed Central ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าการให้คำแนะนำในรูปแบบดังกล่าวสามารถเร่งเป้าหมายในการลดน้ำหนักให้รุนแรงขึ้นสำหรับคนที่อ้วน

ที่มา - reuters.com

เอกสารอ้างอิง - BioMed Central

Windows 7 Beta

คนแห่โหลด Windows 7 Beta จนเว็บล่ม

ถึงแม้ว่าจะมีไฟล์หลุดมาใน Torrent แต่การประกาศตัวของ Windows 7 รุ่นเบต้าในงาน CES และเปิดตัวให้ดาวน์โหลดในเวลาเดียวกัน ก็ได้รับความสนใจมากจนไมโครซอฟท์ต้องเอาลิงก์ไปยังไฟล์ลงจากเว็บไซต์ชั่วคราวใน 24 ชั่วโมงแรก

ตอนนี้เว็บไซต์กลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ทางไมโครซอฟท์ก็ได้ขยายข้อจำกัดจากเดิมที่ตั้งใจว่าจะปล่อยให้โหลดเพียง 2.5 ล้านครั้งใน 2 สัปดาห์แรก ก็เปลี่ยนมาเป็นให้โหลดไปได้ไม่จำกัด - Windows 7 Team blog

บางคนมองว่าข้อจำกัด 2.5 ล้านครั้งนั้นเป็นการสร้างกระแสให้คนแย่งกันไปดาวน์โหลด แต่เว็บไซต์บางแห่งก็มองว่าไมโครซอฟท์นั้นเตรียมตัวไม่ดีเอง (Lifehacker บอกว่าไมโครซอฟท์ยังไม่เห็นความสำคัญของอินเทอร์เน็ตอยู่ดี) และก็มีข้อเสนอจากหลายฝ่าย (รวมถึง TorrentFreak) ว่าไมโครซอฟท์ควรจะหันมาแจกไฟล์ผ่าน Torrent ได้แล้ว เพราะการรั่วออกมาของ Windows 7 build 7000 ก็แสดงให้เห็นประสิทธิภาพในการกระจายไฟล์ด้วย Torrent ได้เป็นอย่างดี

ที่มา - Computerworld

AIS กับแอปเปิล

เจรจาระหว่าง AIS กับแอปเปิลเพื่อขายไอโฟนล้มเหลว

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า Advanced Info Service หรือ AIS ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไม่สามารถที่จะตกลงกับแอปเปิล เพื่อที่จะขายไอโฟนในประเทศไทยได้

จากคำพูดของ CEO ของ AIS นั้น ทางบริษัท AIS ไม่สามารถยอมรับข้อตกลงที่แอปเปิลส่งมาเพื่อที่จะขายไอโฟนในประเทศไทยได้ เนื่องจากเราไม่คิดว่ามันจะดีสำหรับเราในแง่ของธุรกิจ

ในขณะที่คู่แข่งของ AIS อย่าง True Move บริษัทในเครือ True Corp นั้นจะทำการจำหน่ายไอโฟน 3G อย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 16 มกราคมนี้เป็นต้นไป โดยจะเป็นผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทยที่จะขายไอโฟนได้ในตลาดที่กำลังโตอย่างรวดเร็วอย่างประเทศไทย

ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ CEO ของ AIS ยังกล่าวว่า SingTel บริษัทที่เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของ AIS พร้อมที่จะเจรจากับแอปเปิลอีกครั้ง หากมีข้อเสนอใหม่ที่ดีกว่า

ที่มา - Reuters